ประวัติ

Britney Britney Britney Britney Britney

บริทนีย์ สเปียร์ส
ชื่อเต็ม : บริทนีย์ จีน สเปียร์ส
วันเกิด : 2 ธันวาคม 1981
สถานที่เกิด : เคนท์วูด รัฐหลุยเซียน่า
ส่วนสูง : 5 ฟุต 3 นิ้ว (162.5 ซม.)
น้ำหนัก : 47.6 กก.
สีตา : น้ำตาล
ประสบการณ์วงการบันเทิง : แสดงในละครนอกบรอดเวย์ เรื่อง Ruthless เมื่ออายุ 10 ปี เป็นสมาชิก ดิสนีย์คลับ(Mousketeer) ตอนอายุ 11 เป็น Mousketeer จากหลุยเซียน่าคนแรก และแสดงในรายการนาน 2 ปี (บันทึกรายการที่ออร์แลนโด้ ฟลอริด้า)
ครอบครัว : ลินน์ มารดา (เป็นครู) เจมี่ บิดา (เป็นนักธุรกิจ) ไบรอัน พี่ชายโตกว่า 4 ปี และเจมี่ ลินน์ น้องสาว อ่อนกว่า 9 ปี กำลังเข้าวงการบันเทิงอยู่เหมือนกัน
การศึกษา : Park Lane Academy โรงเรียนเอกชนในมิสซิสซิปปี้, Off-Broadway Dance Center นิวยอร์ค, Professional Performing Arts School นิวยอร์ค
ความรัก : เคยควง เจสัน เก็ดเดิร์ต เมื่อปี 1997 และเคยอยู่ร่วมชายคากับ จัสติน ทิมเบอร์เลค ตั้ง 2 ปี แต่ตอนนี้...โสดสนิท....
ประโยคเด็ด : ชั้นรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนหรอกที่ชอบชั้น แต่นี่แหละคือตัวชั้นล่ะ ถ้าไม่ชอบในสิ่งที่ชั้นเป็นก็ช่างคุณ!
สัตว์เลี้ยง : ลูกสุนัข
รถ : เล็กซัส
นักแสดงที่ชอบ : แบรด พิทท์
ภาพยนตร์ที่ชอบ : Titanic
วงดนตรีที่ชอบ : Matchbox 20
นักร้องหญิงที่ชอบ : นาตาลี อิมบรูก์เลีย
หนังสือที่ชอบ : The Horse Whisperer
นักเขียนที่ชอบ : แดเนียล สตีล
ของสะสม : เทียน กรอบรูป และตุ๊กตา
กีฬา : บาสเก็ตบอล
ที่อยู่ : Britney Fan Club P.O.Box 7022 Red Bank, NJ 07701-7022

บริทนีย์ เริ่มเรียนเต้นรำตั้งแต่ยังเด็ก เธอเล่นกีฬาเก่ง และได้รางวัลระดับรัฐหลายรางวัล เธอเข้าร่วมคณะนักเต้น และ เดินทางทั่วประเทศ เพื่อเข้าแข่งขันทั้งประเภทกลุ่มและเดี่ยว ต่อมาเมื่ออายุ 8 ขวบ ได้เดินทางไปแอตแลนต้า เพื่อคัดตัวเข้าร่วม มิคกี้ เม้าส์ คลับ ซึ่งก็เข้าถึงรอบสุดท้าย แต่กลับถูกคัดออก เพราะขาดคุณสมบัติ เนื่องจากอายุน้อยเกินไป อย่างไรก็ดี โปรดิวเซอร์ ประทับใจความสามารถของเด็กหญิงผู้นี้มาก จึงแนะนำให้มารดา พาเธอไปนิวยอร์ค เพื่อหาตัวแทนให้เธอ

ตลอด 3 ปีต่อมา บริทนีย์อยู่ที่ศูนย์เต้นรำนอกบรอดเวย์ กับที่โรงเรียนการแสดงระดับอาชีพ ในนิวยอร์ค ผู้คนเริ่มคุ้นหน้าเธอในช่วงนี้เอง แต่ยังไม่รู้จักชื่อ เพราะเธอเริ่มมีงานโฆษณาที่ออกอากาศไปทั่วประเทศหลายเรื่อง และยังได้แสดงละครนอกบรอดเวย์เรื่อง Ruthless ซึ่งดัดแปลงจากเรื่อง The Bad Seed (งานเก่าในปี 1965) ด้วย อายุ 15 ปี บริทนีย์ ก็ไปสมัครคัดเลือกเข้าวงนักร้องหญิงล้วน เพื่อเดินรอยตามฮีโร่ของเธอไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล แจ็คสัน, มาไรห์ แครี่ย์ และ วิทนีย์ ฮิวสตัน แต่คิดไปคิดมาเธอคิดว่าตัวเอง เหมาะจะเป็นศิลปินเดี่ยวมากกว่า เลยเอาเทปที่บันทึกงานคัดตัวจากคราวที่แล้วไปนิวยอร์ค และได้เซ็นสัญญากับไจฟ์เร็คคอร์ดส์ทันที เมื่อเธอได้โชว์พลังเสียงในแบบอาคาเพลล่า ตั้งแต่วันนั้น บริทนีย์ ก็ไม่ได้มีชีวิตแบบนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาอีก เธอฉายแววดัง ตั้งแต่ยังไม่ออกอัลบั้ม การแสดงของเธอตามห้างสรรพสินค้าได้ฟีดแบ็คกลับมาดีมาก และต่อมาก็ได้เปิดคอนเสิร์ตให้ 'N Sync วงที่มี จัสติน ทิมเบอร์เลค แฟนหนุ่มของเธอเป็นสมาชิก

บริทนีย์ ได้ร่วมงานกับ แม็กซ์ มาร์ติน โปรดิวเซอร์จากสวีเดนที่สร้างชื่อให้กับ Backstreet Boys และ เอริค ฟอสเตอร์ ไวต์ ที่เคยร่วมงานกับ วิทนีย์ ฮิวสตัน มาแล้ว เพลงแรกที่เริ่มบันทึกเสียงกันคือ Baby One More Time ซึ่งชื่อเพลงนี้กลายเป็นธีมของอัลบั้มชุดแรกเธอไปในที่สุด ในเดือนพฤศจิกายน 1998 บริทนีย์ เขย่าวงการเพลงอเมริกากับ ซิงเกิ้ลแรก Baby One More Time ที่ขึ้นถึง ท็อป 20 ในอเมริกาทันที และขึ้นถึงอันดับ 1 ในอเมริกา สัปดาห์เดียวกับที่อัลบั้มแรกของเธอติดอันดับที่ 1 ทำให้ บริทนีย์ จึงกลายเป็นศิลปินคนแรกในรอบ 7 ปีที่ซิงเกิ้ล และอัลบั้มติดอันดับ 1 ในสัปดาห์เดียวกัน (แต่เป็นศิลปินหญิงคนแรกที่สามารถมีซิงเกิ้ลแรก และอัลบั้มแรกติดอันดับที่ 1 พร้อม ๆ กันในอเมริกา) ดีกรีความฮ็อตของ บริทนีย์ พุ่งกระฉูดไปอีกขั้นเมื่อเธอโพสท่าเซ็กซี่ขึ้นปกนิตยสาร Rolling Stone ฉบับเดือนเมษายน 1999 กระแสความดังของเธอระบาดไปทั่วโลก ดูได้จากอันดับเพลงและยอดขายอัลบั้ม และ ซีดีของเธอในที่ต่าง ๆ หลังจากที่ บริทนีย์ ออกทัวร์คอนเสิร์ตในหลาย ๆ ประเทศ รวมทั้งกวาดรางวัล Best Female Artist, Best Breakthrough Act, Best Pop Act และ Best Song จากงาน MTV Europe Music Awards ที่ดับบลิน เธอก็กลับเข้าสตูดิโอในช่วงฤดูร้อนปี 1999 เพื่อบันทึกเสียงอัลบั้มชุดใหม ่ซึ่งเธอร่วมแต่งเพลงบางเพลงเองด้วย มีการนำเอา (I Can't Get No) Satisfaction เพลงคลาสสิคของ The Rolling Stones มาร้องใหม่เป็นแบบ R&B ซึ่งถูกอกถูกใจ มิค แจ็กเกอร์ มาก นอกจากนี้ยังได้ ชาไนย่าห์ ทเวน มาช่วยแต่งเพลง Don't Let Me Be The Last To Know ด้วย ซิงเกิ้ลแรกชื่อเดียวกับอัลบั้ม Oops! I Did It Again ออกขายในเดือนเมษายน 2000 มีมิวสิค วิดีโอยอดเยี่ยมจากฝีมือกำกับของ ไนเจล ดิค ออกมาช่วยโปรโมต กลายเป็นเพลงฮิตอย่างไม่ต้องสงสัย ตัวอัลบั้ม Oops! I Did It Again ออกตามมาตอกย้ำความสำเร็จ ขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกา, คานาดา, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไต้หวัน, ฝรั่งเศส, เยอรมันนี, เนเธอร์แลนด์, สเปน, สวีเดน ฯลฯ ทั่วโลก เดือนพฤษภาคม 2000 นอกจากหนังสืออัตชีวประวัติของ บริทนีย์ ที่เขียนร่วมกับคุณแม่ลินน์ Heart To Heart จะออกวางขายจนติดอันดับหนังสือขายดีแล้ว เธอก็ยังออกทัวร์ Oops!I Did It Again World Tour ในเดือนเดียวกันนี้ด้วย เป็นทัวร์ที่แฟน ๆ เรียกร้อง เพราะ 90 นาทีในคอนเสิร์ตของเธอเต็มไปด้วยเพลงฮิตเพลงแล้วเพลงเล่า รวมทั้งสเต็ปการเต้นที่เร้าใจ และ การแต่งตัวตระการตา

บริทนีย์ เป็น 1 ในศิลปินที่ได้ขึ้นเวทีเทศกาลดนตรี ร็อค อิน ริโอ ครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่บราซิลในเดือนมกราคม 2001 ต่อหน้าคนดูกว่า 250,000 คน นอกจากนี้ยังได้ปรากฏตัวร่วมกับ Aerosmith และ 'N Sync ในช่วงพักครึ่งของงานซูเปอร์โบว์ล 35 โดยได้จับคู่ร้องเพลงฮิต Walk This Way กับ Aerosmith อีกด้วย รวมทั้งร่วมเป็นพิธีกรในพิธีแจกรางวัลอเมริกัน มิวสิค อะวอร์ดส์ด้วย

15 ตุลาคม 2001 บริทนีย์วางแผงซิงเกิ้ล I'm A Slave 4 U หลังจากที่เคยเปิดตัวเพลงนี้ไปแล้วในงานแจกรางวัล MTV Video Music Awards ไปแล้วก่อนหน้านี้พร้อม ๆ กับงูเหลือม เพลงนี้ฉีกจากแนวเดิม ๆ ของเธอ มีคู่ดูโอ The Neptunes มาช่วยแต่งและโปรดิวซ์ให้ พร้อม ๆ กับแนวดนตรีที่เปลี่ยนไป ภาพลักษณ์ของ บริทนีย์ ก็พลิกโฉมไปด้วยเช่นกัน นอกจากจะกลายเป็นสาวเต็มตัวแล้ว เธอยังเป็นผู้นำแฟชันในหมู่วัยรุ่นด้วย ปกนิตยสารแฟชันชั้นนำล้วนผ่านมือเธอมาแล้วทั้งนั้น ตั้งแต่ Vogue ไปจนถึง Harper's Bazaar และ Allure รวมทั้ง Rolling Stones ที่เธอได้ขึ้นปกมาแล้วเป็นรอบที่ 3 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ในอัลบั้มที่ 3 ซึ่งใช้ชื่อง่าย ๆ ว่า Britney ออกขายวันที่ 5 พฤศจิกายน เธอตั้งใจจะพิสูจน์ว่าเธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนใสบริสุทธ์อีกต่อไป มีเพลงที่เธอร่วมแต่ง 5 เพลงจากทั้งหมด 12 เพลงโปรดิวเซอร์ ที่มาร่วมงานในชุดนี้ก็ขนกันมาเต็มอัตราศึก ทั้ง แม็กซ์ มาร์ติน เจ้าเก่า, จัสติน ทิมเบอร์เลค แฟนเธอเองจาก 'N Sync, เวด ร็อบสัน, เรมี่, รอดนีย์ เจอร์กินส์ และ The Neptunes (BT ถอนตัวก่อนหน้ากำหนดวางแผงอัลบั้ม Britney ได้ไม่นาน) นอกจากจะได้ จัสติน มาช่วยแต่งเพลง และ ร้องประสานเสียง และ ช่วยโปรดิวซ์กับ เวด ร็อบสันในเพลง What It's Like To Be Me แล้ว เธอก็ยังได้ ไดโด้ เจ้าของซิงเกิ้ลดัง Thank You ที่ เอ็มมิเน็ม เอาไปทำแซมเปิ้ลไว้ใน Stan เพลงฮิตของเขา มาช่วยแต่งซิงเกิ้ลที่ 2 จากอัลบั้มชุดนี้ I'm Not A Girl, Not Yet A Woman และในอัลบั้ม Britney ก็ยังมีการหยิบเอางานเก่ามาปัดฝุ่นใหม่เหมือนกัน กับเพลงที่เธอชอบร้องคาราโอเกะอยู่แล้ว เพลง I Love Rock 'N' Roll ที่ โจน เจ็ตต์ พาขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกาได้สำเร็จในปี 1982 เพลงนี้ยังอยู่ใน Crossroads หนังที่เธอแสดงนำเรื่องแรกคู่กับ จัสติน ลอง ที่มีคิวลงโรงในอเมริกาประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2002

บริทนีย์ เริ่มต้นทัวร์โปรโมตอัลบั้ม Britney เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2001 ที่โคลัมบัสรัฐโอไฮโอเป็นแห่งแรก

เรื่องน่ารักๆของบริตนี่ย์
1. ถึงใครๆจะชอบค่อนขอดที่เธอใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น แต่บริตนี่ย์ก็ไม่หวั่นไหว เพราะเธอเชื่อว่า ตัวเองดูเท่เก๋ไก๋สุดๆเวลาแต่งตัวแบบนี้
2. บริตนี่ย์โปรดปรานกาแฟคาปูชิโน่มากกกก.. โดยเฉพาะถ้าเป็นถ้วยที่ ลินน์ แม่แสนรักของเธอชงให้ โดยใช้ไอศครีมโฮมเมด, กาแฟ, น้ำตาลและนม
3. สิ่งที่บริตนี่ย์ทำทุกคืนเพื่อให้นอนหลับสนิท ไม่ใช่การสวดมนต์ แต่คือการ อ่านหนังสือ เพราะ จิตใจฉันจะได้จดจ่ออยู่แต่กับหนังสือ ไม่งั้นสมองฉันจะคิดโน่นคิดนี่มั่วซั่วไปหมด!
4. เธอเป็นศิลปินหญิงอายุน้อยที่สุด ที่มีทั้งซิงเกิลและอัลบั้มแรกติดอันดับ 1 บนบิลล์บอร์ดชาร์ตพร้อมกันในสัปดาห์เดียวกัน
5. เมื่อปี 1999 เธอได้รับเลือกให้ติดอันดับ 21 ดารายอดฮ็อตที่อายุน้อยกว่า 21 ของนิตยสาร Teen People กับหนึ่งใน 50 บุคคลสวยหล่อที่สุดในโลก ของนิตยสาร People และปี 2001 ก็ได้รับเลือกให้ครองอันดับ 2 ใน 100 ผู้หญิงเซ็กซี่ที่สุดในโลก ของนิตยสาร FHM (โดยอันดับ 1 คือ เจนนิเฟอร์ โลเปซ)
6. และก็ปี 1999 อีกนั่นแหละ ที่เธอกลายเป็นจำเลยของสมาคม American Family Association ซึ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เมื่อเธอไปถ่ายแบบชุดชั้นในขึ้นปกนิตยสาร Rolling Stone โดยตอนนั้นเธอเพิ่งอายุแค่ 18
7. เคยมีข่าวลือว่า บริตนี่ย์ไปทำศัลยกรรมเสริมอกมา แต่เธอเถียงสุดฤทธิ์ว่า ไม่จริ๊งไม่จริง
อ้างอิงจาก  http://bpfanclub.cjb.net/