บทที่ 3

วิธีดำเนินการวิจัย

 

            การวิจัยเรื่องความคิดเห็นของครูพระสอนศีลธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติงานสอนใน
โรงเรียนเขตกรุงเทพมหานคร มีขั้นตอนในการดำเนินการการวิจัยดังนี้

            1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

            2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า

            3. การสร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล

            4. การเก็บรวบรวมข้อมูล

            5. การวิเคราะห์ข้อมูล

            6.สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง                  

            1.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ครูพระสอนศีลธรรมที่ลงทะเบียนไว้ ที่กรมการศาสนาและปฏิบัติงานสอนในโรงเรียน เขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 180 รูป

            1.2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูพระสอนศีลธรรมที่ลงทะเบียนไว้ที่กรมการศาสนาและปฏิบัติงานสอนในโรงเรียน เขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 180 รูป

 

2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า

            เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ

               ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม  ได้แก่ อายุ วุฒิทางการศึกษา ระดับชั้นที่สอน ประสบการณ์สอน ที่ตั้งของโรงเรียน และประเภทของโรงเรียน

               ตอนที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็นของครูพระสอนศีลธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติงานสอนในโรงเรียน เขตกรุงเทพมหานคร ใน 4 ด้าน คือ

            1. ด้านเนื้อหาหลักสูตร

            2. ด้านการเรียนการสอน

            3. ด้านสื่อและวัสดุอุปกรณ์

            4. ด้านการวัดผลและประเมินผล

               ตอนที่ 3 แบบสอบถามปลายเปิด เพื่อถามปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานสอนในโรงเรียน เขตกรุงเทพมหานคร

 

 

3. การสร้างเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล

            เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยมีขั้นตอนในการสร้างดังนี้

            3.1 ศึกษาเอกสาร วารสาร บทความ ตำราต่างๆ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความคิดเห็นของพระสอนศีลธรมเกี่ยวกับการปฏิบัติงานสอนในโรงเรียน

            3.2 ศึกษาจากผู้มีประสบการณ์ในการสอนศีลธรรมในโรงเรียน และผู้มีความชำนาญด้านการสร้างแบบสอบถาม เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถามให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง

            3.3 เสนอแบบสอบถามที่สร้างขึ้นให้อาจารย์ผู้ควบคุมการวิจัยตรวจแก้ไขทั้งในด้านเนื้อหา โครงสร้างแบบสอบถาม และสำนวนภาษา เพื่อตรวจพิจารณา และปรับปรุงแก้ไขข้อคำถามให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

            3.4 หาความเที่ยงตรง (Validity) โดยนำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน พิจารณาตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงพินิจ (Face Validity) และพิจารณาข้อความให้ชัดเจนเหมาะสม นำแบบสอบถามมาปรับปรุงแก้ไข เสนออาจารย์ผู้ควบคุมการวิจัยเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์อีกครั้ง (IOC  = 87 %)

            3.5 นำแบบสอบถามที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ไปใช้เป็นแบบสอบถามสำหรับเก็บข้อมูลต่อไป

 

4. การเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล

            4.1 ผู้วิจัยติดต่อภาควิชาการศึกษาผู้ใหญ่ เพื่อขอหนังสือถึงกรมการศาสนาขออนุญาตเก็บข้อมูลจากครูพระสอนศีลธรรมที่ลงทะเบียนไว้ที่กรมการศาสนา เกี่ยวกับการปฏิบัติงานสอนใน
โรงเรียน เขตกรุงเทพมหานคร

            4.2 ผู้วิจัยส่งแบบสอบถามถึงครูพระสอนศีลธรรมที่ปฏิบัติงานสอนในโรงเรียน เขตกรุง-
เทพมหานคร และเมื่อตอบแบบสอบถามแล้ว ขอให้ส่งคืนผู้วิจัยทางไปรษณีย์ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยผู้วิจัยได้สอดซองติดแสตมป์ และจ่าหน้าซองถึงตัวผู้วิจัยไปพร้อมกับแบบสอบถามที่ส่งไป

            4.3 เมื่อผู้วิจัยได้รับแบบสอบถามคืนไม่ครบ ผู้วิจัยได้ติดตามทวงถามทางไปรษณีย์อีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งได้กำหนดระยะเวลาไว้ดังนี้

                 4.3.1 ผู้วิจัยส่งหนังสือนำและแบบสอบถามไปยังกลุ่มตัวอย่างทางไปรษณีย์ ในวันที่ 15 ตุลาม 2546 โดยขอให้ตอบแบบสอบถามและส่งกลับคนมายังผู้วิจัยทางไปรษณีย์ กำหนดภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2546  รวมเวลาที่กำหนด 2 สัปดาห์

                4.3.2 การเก็บข้อมูลในรอบที่สอง ผู้วิจัยได้ติดต่อกับกลุ่มตัวอย่างที่ยังไม่ได้ส่งแบบสอบถามกลับมายังผู้วิจัยทางโทรศัพท์ เพื่อจะได้ทราบว่ากลุ่มตัวอย่างดังกล่าวได้รับหรือไม่ได้รับแบบสอบถาม  หากยังไม่ได้รับแบบสอบถาม  ผู้วิจัยส่งแบบสอบถามไปให้ โดยขอให้ตอบแบบสอบถามและส่งกลับคืนมายังผู้วิจัยทางไปรษณีย์ กำหนดระยะเวลาระหว่าง 1 - 15 พฤศจิกายน 2546 รวมเวลาภายใน 2 สัปดาห์  รวมได้รับแบบสอบถามคืนทั้งหมด 150 ฉบับ  เมื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถามแล้ว สามารถนำมาวิเคราะห์ได้จำนวน 147  ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 81.66 ของแบบสอบถามที่ส่งไปทั้งหมด 

 

 

5. การวิเคราะห์ข้อมูล

            5.1 การวิเคราะห์ความคิดเห็นของครูพระสอนศีลธรรมเกี่ยวการปฏิบัติงานสอนในโรงเรียน เขตกรุงเทพมหานคร ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS/PC (Statistical Package for the Social Science) ดังนี้

            1.แบบสอบถามตอนที่ 1 เป็นข้อคำถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของครูพระสอนศีลธรรมวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการแจกแจงความถี่และหาค่าร้อยละค่าเฉลี่ย

            2.แบบสอบถามตอนที่ 2 เป็นข้อคำถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของครูพระสอนศีลธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติงานสอนใน 4 ด้าน คือ ด้านเนื้อหาหลักสูตร ด้านการเรียนการสอน ด้านสื่อและวัสดุอุปกรณ์ และด้านการวัดผลและประเมินผล วิเคราะห์ข้อมูลโดยการตรวจให้คะแนนเป็นรายข้อ แล้วนำคะแนนที่ได้มาหาค่าเฉลี่ย (X) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เป็นรายด้านและเฉลี่ยรวมทุกด้าน การพิจารณาค่าเฉลี่ยของคะแนนโดยใช้เกณฑ์ของ ชูศรี วงศ์รัตนะ ได้เสนอไว้ดังนี้ (ชูศรี วงศ์รัตนะ. 2534 : 185)

            ค่าเฉลี่ย        1.00 -1.49      หมายความว่า   มีความเห็นด้วยน้อยที่สุด

            ค่าเฉลี่ย                 1.50 -2.49      หมายความว่า   มีความเห็นด้วยน้อย

            ค่าเฉลี่ย                 2.50 -3.49      หมายความว่า   มีความเห็นด้วยปานกลาง

            ค่าเฉลี่ย                 3.50 -4.49      หมายความว่า   มีความเห็นด้วยมาก

            ค่าเฉลี่ย                 4.50 -5.00      หมายความว่า   มีความเห็นด้วยมากที่สุด

            การวิเคราะห์ข้อมูล ได้ดำเนินการดังนี้

           

                2.1 คำนวณค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ของคำถามเป็นรายข้อ รายด้านและโดยรวม

                2.2 ทดสอบสมมติฐาน โดยการทดสอบความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยของตัวแปรที่แยกเป็น 2 กลุ่ม ที่เป็นอิสระจากกันโดยใช้ Z-test

                2.3 ทดสอบสมมติฐาน โดยการทดสอบความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยของตัวแปรมากกว่า 2 กลุ่ม ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One - way Analysis of Variance,
F – test) และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยวิธีของเชฟเฟ่ (Scheffe’s Test)

            3. แบบสอบถามตอนที่ 3 ซึ่งเป็นคำถามปลายเปิด วิเคราะห์โดยการสรุปคำตอบออกตามเนื้อหา และแจกแจงความถี่

 

6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

            6.1 ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่

                6.1.1 ค่าร้อยละ

                6.1.2 ค่าคะแนนเฉลี่ย

                6.1.3 ค่าเฉลี่ยเบี่ยงเบนมาตรฐาน

               6.2 เปรียบเทียบกลุ่มตัวอย่างที่มีตัวแปร  2 กลุ่ม โดยใช้ Z-test และตัวแปรที่ มากกว่า 2 กลุ่ม ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One – way Analysis of Variance,F – test)
ถ้าพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติใช้การทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยวิธีของเชฟเฟ่ (Scheffe’s  test)