หมวด
ประเพณีไทย
เรื่อง
ผีตาโขน
ผีตาโขน เป็นการละเล่นชนิดหนึ่งของคนอีสาน
ผู้เล่นจะสวมหน้ากากและแต่งตัวให้หน้ากลัว
แต่ไม่ใช่การเชิญผีมาเข้าทรง เป็นการเล่นตลกอย่างหนึ่ง
ในอดีตคนอีสานนิยมเล่นผีตาโขนในงานบุญบั้งไฟ
และงานบุญผะเหวด(พระเวส)มาโดยตลอด
เหตุที่มีขบวนแห่ผีตาโขน เพราะมีความเชื่อว่าเมื่อพระเจ้ากรุงสัญชัยกับพระนางผุสดีไปเชิญพระเวสสันดรและพระนางมัทรีกลับเมือง
ขบวนแห่แหนเข้าเมือง
มีคนป่าหรือผีป่าที่เคยปรนนิบัติและเคารพรักพระเวสสันดรร่วมขบวนมาส่งด้วย
เริ่มต้นตั้งแต่ตอนเช้ามืดมีพิธีเบิกพระอุปคุตจากลำน้ำหมันขึ้นมาประจำตามทิศต่างๆ
รอบพื้นที่ที่จะประกอบพิธีกรรมเชื่อกันว่าพระอุปคุตจะช่วยคุ้มครองป้องกันภยันตรายต่างๆทำให้งานบุญสำเร็จราบรื่นไปด้วยดี
ขบวนอัญเชิญพระอุปคุตนี้จะมีขบวนผีตาโขนเข้าร่วมด้วยแต่จำนวนไม่มาก
ถึงตอนสายขบวนแห่จะเคลื่อนไปบ้านเจ้ากวนเพื่อประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญเจ้ากวนและนางเทียม
(ผู้ประกอบพิธีเลี้ยงผีหอหลวง)
ผีตาโขนจะออกมาร่วมขบวนและเพ่นพ่านมากขึ้น
เมื่อพิธีสู่ขวัญเสร็จ
คนทั้งหมดซึ่งประกอบด้วยเจ้ากวนนางเทียมคณะแสนนางแต่ง(ผู้ช่วยเจ้ากวนและนางเทียม)
บรรดาผีตาโขน
ขบวนเซิ้งและการละเล่นต่างๆเช่นทั่งบั้ง(คนป่ากระทุ้งพลอง)ควายตู้(ไถนา)ทอดแหจะเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณวัดโพนชัยเพื่อแห่รอบอุโบสถ
ในช่วงนี้ผีตาโขนจะออกมาร่วมชุมนุมมากมาย
หลังจากนั้นผีตาโขนจะเที่ยวออกอาละวาดไปตามระแวกบ้านต่างๆตามอัธยาศัย

วันที่สอง
ผีตาโขนจะรวมพลแต่เช้าตรู่แล้วเซิ้งเย้าแหย่คนไปตามบ้านตามถนนเป็นที่สนุกสนานพอถึงตอนบ่ายมีขบวนแห่อัญเชิญพระเวสสันดรและพระนางมัทรีเข้าเมือง
เรียกว่า"แห่พระ"รูปขบวนเริ่มด้วยแสนด่านถือพานบายศรีนำหน้าตามด้วยขบวนแห่พระพุทธรูปซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนพระเวสสันดรขบวนแห่พระสงฆ์
4
รูป
ขบวนของคณะแสนนางเทียมนางแต่งผีตาโขน และการละเล่นต่างๆปิดท้ายด้วยขบวนแห่บั้งไฟเจ้ากวนจะได้รับเชิญให้นั่งบนบั้งไฟนำ
ขบวนบั้งไฟนี้เมื่อแห่ถึงวัดโพนชัยแล้วจะนำไปจุดเพื่อขอฝนจากพญาแถนขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลระหว่างแห่บั้งไฟเจ้ากวนจะโปรยทานไปด้วย
วันที่สาม
เป็นวันทำบุญฟังเทศน์วันนี้ทุกคนจะเข้าวัดทำบุญและฟังเทศน์มหาชาติไม่มีการเล่นผีตาโขนอีกต่อไป
ผีตาโขนใหญ่
ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ
2
เท่าประดับตกแต่งรูปร่างหน้าตาด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น
เวลาแห่ คนเล่นจะต้องเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น
แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง
2
ตัวผีตาโขนชาย1ตัว
หญิง1ตัว
สังเกตจากเครื่องเพศปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น
เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำต้องได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน
ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย3ปี
ผีตาโขนเล็ก
ทุกคนไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่
หญิงหรือชาย
มีสิทธิ์ทำและเข้าร่วมสนุกได้ทุกคน
แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน
หน้ากากผีตาโขน
หน้ากากผีตาโขนเล็ก
ทำจากส่วนที่เป็นโคนของก้านมะพร้าวและหวดนึ่งข้าวเหนียว
โดยนำมาเย็บติดกันแล้วเขียนหน้าตา
ทำจมูกเหมือนผี ส่วนชุดแต่งกายของผีมักมีสีฉูดฉาดบาดตา
โดยอาจเย็บเศษผ้าเป็นเสื้อตัวกางเกงตัวหรือเย็บเป็นชุดติดกันตลอดตัวก็ได้
ข้อสำคัญคือต้องคลุมร่างกายให้มิดชิด
ส่วนเครื่องแต่งตัวประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของผีตาโขนคือ"หมากกะแหล่ง"และดาบไม้
หมากกะแหล่ง
คือเครื่องดนตรีรูปร่างคล้ายกระดิ่งหรือกระดึงแขวนคอวัว
ผีตาโขนจะใช้หมากกะแหล่งแขวนติดบั้นเอวเมื่อเดินโยกตัวหรือเต้นเป็นจังหวะ
ขย่มตัวสายสะโพกเสียงหมากกะแหล่งก็จะดังเสียงน่าฟังและน่าสนุกสนาน
ดาบไม้
เป็นอาวุธประจำกายผีตาโขนไม่ได้เอาไว้รบกัน
แต่เอาไว้ควงหลอกล่อและไล่จิ้มก้นสาวๆ
ซึ่งก็จะร้องวิ๊ดว้ายหนีกันจ้าละหวั่น ทั้งอายทั้งขำ
แต่ไม่มีใครถือสา
เพราะเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา
เหตุที่วิ่งหนีเพราะปลายดาบนั้นแกะสลักเป็นรูปอวัยวะเพศชายแถมทาสีแดงให้เห็นอย่างเด่นชัด
การเล่นแบบนี้ไม่ถือเป็นเรื่องหยาบ
หรือลามกเพราะมีความเชื่อกันว่าหากเล่นตลกและนำอวัยวะเพศชายหญิงมาเล่นมาโชว์ในพิธีแห่และงานบุญบั้งไฟจะทำให้พญาแถนพอใจ
ฝนจะตกต้องตามฤดูกาล
พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์