::: ศิลปวัฒนธรรมไทย :::

    การละเล่นพื้นบ้านภาคกลาง : เพลงเหย่ย
    การละเล่นพื้นบ้านภาคกลาง : รำตง
    การละเล่นพื้นบ้านภาคเหนือ : ม้าจกคอก
    การละเล่นพื้นบ้านภาคเหนือ : ซิกโก๋งเก๋ง
    การละเล่นพื้นบ้านภาคอีสาน : เส็งกลอง
    การละเล่นพื้นบ้านภาคอีสาน : ขาโถกเถก
    การละเล่นพื้นบ้านภาคใต้ : ขว้างราว
    การละเล่นพื้นบ้านภาคใต้ : อีฉุด 

                กลับสู่หน้าหลัก









การละเล่นพื้นบ้านภาคเหนือ
::: ซิกโก๋งเก๋ง :::



อุปกรณ์
โก๋งเก๋งทำจากไม้ไผ่ ท่อนปลายของไม้รวก หรือไม้ซาง ตัดให้สูง 
ประมาณ ๒-๒.๕ เมตร ใช้มีดตัดเจาะกิ่งไผ่ที่เป็นปมอยู่ข้อตาไผ่
ออกให้หมด   แต่ต้องเหลือไว้ตรงข้อแรกของไม้ไผ่ให้เป็นปมอยู่ 
เหลาข้ออื่นๆ ให้เรียบเพื่อสะดวกในการจับถือ   หาปล้องไม้ไผ่ที่
ใหญ่กว่า ๒ ท่อนแรก   ตัดให้เหลือข้อปล้องไว้ด้านหนึ่ง  ให้ยาว
ประมาณ  ๑๕-๓๐  เซนติเมตร  จำนวน ๒ ท่อน  เจาะรู ๒ ด้าน
เสร็จแล้วนำไปสวมเข้ากับไม้ ๒ ท่อนแรก โดยให้ไม้ที่สวมนั้นไป
ค้างติดอยู่กับข้อตาไผ่ที่เหลือไว้   แล้วก็ใช้ผ้าพันตรงไม้ ๒ ท่อน
ประกบกันให้แน่น

วิธีการเล่น
ใช้มือถือไม้โก๋งเก๋งตั้งขึ้นให้ตรง แล้วค่อยก้าวเท้าใดเท้าหนึ่ง ขึ้น
เหยียบบนไม้โก๋งเก๋ง ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เท้าซ้ายขึ้นก่อน   แล้วก้าว
เท้าขวาตามตั้งตัวให้สมดุลแล้วค่อย ๆ ก้าวเท้าใดเท้าหนึ่งออกไป 
ถ้าล้มก็ขึ้นใหม่เดินใหม่จนคล่อง

โอกาส
การซิกโก๋งเก๋ง เป็นการละเล่นพื้นบ้านของเด็กๆ ที่เล่นกันเพื่อความ
สนุกสนาน ปัจจุบันการซิกโก๋งเก๋งจะเหลือน้อย นอกจากจะเป็นการ
แสดงหรือสาธิต และเป็นกีฬาของชาวเขาที่ใช้ทำการแข่งขันอยู่ซิก
โก๋งเก๋งเกิดขึ้นในชนบท ซึ่งในสมัยก่อนถนนหนทางไม่สะดวกเป็น
โคลนเป็นฝุ่น   เมื่อเดินด้วยเท้าธรรมดา   จะทำให้เกิดโรคเท้าขึ้น 
ชาวล้านนาเรียกว่า หอกินตีน ชาวชนบทล้านนาถึงคิดหาวิธีการที่
จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เท้าเปื้อนโคลนฝุ่นและเชื้อโรค จึงคิดทำโก๋งเก๋ง
ออกมาเพื่อใช้เดิน