เรือสุพรรณหงส์

      ช่วงนี้ในกรุงเทพฯไปไหนมาไหน จะเห็นแต่เรื่องราวเกี่ยวกับเอเปคเต็มไปหมด โดยเฉพาะสัญลักษณ์(Logo)ประชาสัมพันธ์การประชุมเอเปก 2003 ที่มีรูปหัวเรือสุพรรณหงส์บนลูกโลกนั้น สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ซึ่งเรือสุพรรณหงส์ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความเป็นไทยที่ชาวต่างชาติรู้จักกันดี
      
       เมื่อพูดถึงเรือสุพรรณหงส์แล้วนับว่าเป็นเรือที่มีที่มาน่าสนใจไม่น้อย โดยประวัติคร่าวๆของเรือลำนี้ คือ เรือที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 โดยใช้ชื่อว่าเรือศรีสุพรรณหงส์
      
       ในสมัยรัชกาลที่ 6 ก็มีการปรับปรุงเรือศรีสุพรรณหงส์ที่ชำรุดทรุดโทรมครั้งใหญ่ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็นเรือสุพรรณหงส์จากนั้นก็ใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน (อ่านประวัติเพิ่มเติมได้ในเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์สุดยอดแห่งนาวาสถาปัตยกรรมสยาม)
      
       นอกจากความงามและความสำคัญของเรือสุพรรณหงส์ที่มีต่อประวัติศาสตร์ชาติไทยแล้ว เรือลำนี้ยังมีเรื่องราวเล่าขานที่ฟังแล้วแทบไม่น่าเชื่อ เกิดขึ้นเสมอ
      
       สำหรับเรื่องเหลือเชื่อที่หลายคนอาจจะทราบเลาๆหรือเคยได้ยินได้ฟังมาบ้างก็คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกระบวนพยุหยาตราชลมารคเมื่อปี พ.ศ. 2539 โดยคุณราตรี บัวประดิษฐ์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ได้เล่าว่า
      
       ในปีนั้น(พ.ศ.2539) นับเป็นปีพิเศษที่กระบวนพยุหยาตราฯ ได้นำเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ มาแล่นเป็นเรือเอกลำแรก ทำให้เรือสุพรรณหงส์ ซึ่งเดิมเคยเป็นเรือเอกมาตลอดกลายเป็นเรือรองแล่นตามหลัง
      
       เมื่อนำเรือสุพรรณหงส์แล่นในแม่น้ำเจ้าพระยาออกตามหลังเรือนารายณ์ทรงสุบรรณได้สักพัก จู่ๆก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น คือเกิดมีพายุลมแรงมากโดยที่ไม่มีวี่แววของฝนตั้งเค้าพัดมาที่เรือสุพรรณหงส์ ขณะที่เรือลำอื่นยังแล่นได้ตามปกติ
      
       แล้วเรือสุพรรณหงส์ก็เบนหัวเรือทำท่าเหมือนจะกลับอู่อยู่ท่าเดียว ทั้งๆที่เหล่าฝีพายซึ่งล้วนแต่มีฝีมือดี พยายามจะตั้งลำให้แล่นในแม่น้ำเจ้าพระยาแต่ก็ไม่เป็นผล เรือไม่ยอมไปตามจนสุดท้ายเมื่อเรือเกือบจะล่ม เหล่าฝีพายก็ต้องนำเรือกลับเข้าอู่เรือพระราชพิธี

 เมื่อพูดถึงเรื่องแม่ย่านางแล้ว คุณราตรีเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ที่เรือสุพรรณหงส์เคยมีผู้เฒ่า ผู้แก่ หลายคน เห็นแม่น่านาง เป็นผู้หญิงผมยาว ผมขาว เดินไปมาอยู่ที่หัวเรือในยามค่ำคืน
      
       ซึ่งเรื่องที่เรือมีแม่ย่านางนี้ หลายคนคงจะทราบดีว่าเป็นความเชื่อเกี่ยวกับการต่อเรือ เพราะการที่จะสร้างเรือขึ้นมาหนึ่งลำนั้น จะต้องมีการจัดพิธีบวงสรวง พิธีบอกกล่าวเทพยดาหรือแม่ย่านาง ที่ประจำเรือซึ่งทำจากต้นไม้ ทั้งนี้เป็นพิธีความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ ส่วนแม่ย่านางเรือแต่ละลำนั้นจะเฮี้ยนแค่ไหน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเรือลำนั้น
      
       สำหรับพิธีกรรมบวงสรวงเรือสุพรรณหงส์นั้นก็เหมือนกับพิธีกรรมทั่วๆ ไป คือมีของเซ่นไหว้ อย่างหัวหมู เป็ด ไก่ ของคาว ของหวาน ขนมต้มแดงต้มขาว และก็จะมีพราหมณ์เป็นผู้ทำพิธีกรรมทั้งก่อนที่จะสร้างเรือเพื่อเป็นการขออนุญาต และเมื่อสร้างเรือเสร็จแล้วก่อนที่จะนำเรือลงสู่แม่น้ำก็จะมีการบวงสรวงอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นการขอพรและความเป็นสิริมงคลให้กับฝีพายและนายทหารต่างๆ ที่อยู่ประจำบนเรือ
ซึ่งทั้งหมดนี้นับเป็นประเพณีโบราณที่สืบต่อกันมาช้านาน
      
       อีกสิ่งหนึ่งที่ถ้าคุณราตรีไม่เล่าออกมาก็จะไม่รู้เลยว่า ที่โขนเรือสุพรรณหงส์นั้นจะมีการนำเหรียญบาทที่ด้านหน้าเป็นรูปในหลวงและด้านหลังเป็น

รูปตราแผ่นดินใส่ลงไปในโขนเรือพร้อมทั้งทำพิธี ตามความเชื่อสมัยก่อนที่เชื่อกันว่าเพื่อความเป็นสิริมงคล

 

   สำหรับเรื่องลี้ลับน่าเหลือเชื่อเกี่ยวกับเรือสุพรรณหงส์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ คุณราตรี คนเดิม เล่าเพิ่มอีกว่า ที่เรือลำนี้จะมีคนตายเซ่นสังเวยทุกปี โดยคนที่ตายส่วนมากก็มักจะเป็นพวกที่ไปลบหลู่เรือ อย่าง นายทหารคนหนึ่งเมื่อเมาแล้วได้เข้าไปนั่งในเรือแล้วก็ฉี่รดเรือ หลังจากนั้นทหารคนนั้นก็จมน้ำตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่เป็นคนว่ายน้ำแข็ง
      
       ส่วนอีกคนหนึ่ง ไปพูดจา ดูถูก ลบหลู่ จากนั้นก็เกิดเหตุเป็นไป คือว่ายน้ำอยู่ดีๆ จมน้ำตายไปเฉยเลย โดยไม่ทราบสาเหตุ นอกจากนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่นี่(พิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี)มีน้ำท่วมมาก ลูกคนงานที่นี่อยู่ดีๆก็ตกน้ำตาย สำหรับที่นี่แล้วคล้ายๆกับว่าทุกปีจะต้องมีคนตายเสมอ

      
       อีกเหตุการณ์หนึ่งที่เหลือเชื่อมากๆและมักจะเกิดขึ้นบ่อยก็คือ สำหรับผู้ที่มาถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นผู้สื่อข่าว นักเรียน นักศึกษา ถ้าไม่มีการไหว้ขอขมาก่อนแล้ว ก็จะเกิดเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นกับรูปเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปที่ถ่ายไม่ติด รูปที่ถ่ายมาเสีย ดำหมด ขาวหมด ต้องกลับมาขอขมาเพื่อถ่ายใหม่ คุณรารีเล่าด้วยด้วยความระทึกขวัญ
      
       สำหรับเรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อของเรือสุพรรณหงส์นั้นยังเป็นสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่สำหรับสิ่งที่พิสูจน์ได้แน่ๆเกี่ยวกับเรือสุพรรณหงส์ก็คือ ความสวยงามวิจิตรของโขนเรือ และลำเรือ ที่ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดแห่งนาวาสถาปัตยกรรม ซึ่งคนที่อยากดูความงามและอยากฟังเรื่องราวอันเหลือเชื่อเกี่ยวกับเรือสุพรรณหงส์ก็สามารถเดินทางไปรับชมและรับฟังได้หลังหมดงานเอเปคที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ริมคลองบางกอกน้อย ใต้สะพานอรุณอัมรินทร์ ฝั่งตรงข้ามกับสถานีรถไฟธนบุรี คนไทย 10 บาท ต่างชาติ 30 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2424-0004

 

แหล่งข้อมูลจาก  http://www.manager.co.th/travel/ShowtravelNews.asp?NewsID=2000000035756

เหตุผลที่ผมข้อมูลนี้มานำเสนอก็เพราะว่าในตอนนี้ทุกคน(รวมทั้งคนทั่วโลกด้วย)ได้กล่าวถึงกระบวนพยุหยาตราฯยามราตรี กันมากและได้เป็นที่ชื่อชมกันไปอีกนานและกะผมจะขอให้ทุกคนในประเทศของเราได้หวงแหนวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมานานให้คงอยู่ตลอดไปครับ

HOME